“เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าน้ำปาด” ผนึกกำลัง “เสือไฟพิษณุโลก” ปูพรมสกัดไฟป่าเหนือเขื่อนสิริกิติ์ ชูแผนลาดตระเวนเข้ม-ส่งโดรนชี้เป้าสยบไฟป่า 15 ไร่

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าน้ำปาด สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) บูรณาการกำลังร่วมกับ ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า (เสือไฟ) ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าพิษณุโลก เปิดปฏิบัติการเชิงรุกป้องกันและควบคุมไฟป่าในพื้นที่ตำบลเด่นเหล็ก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ (กลุ่มป่าที่ 8 กลุ่มป่าเหนือเขื่อนสิริกิติ์) ระดมกำลังทำแนวกันไฟ เข้าสยบไฟป่าพื้นที่ลาดชัน และงัดเทคโนโลยีโดรนขึ้นบินสำรวจเพื่อยับยั้งสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

นายไพรัชย์ วงศ์หน่อ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าน้ำปาด เผยผลการปฏิบัติการเชิงรุกระหว่างวันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าน้ำปาดได้บูรณาการความร่วมมือในการเฝ้าระวังไฟป่าอย่างเข้มข้น โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจส่วนกลางร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า (เสือไฟ) มอบหมายโดยนาย​ศักดิ์ปรินทร์ สุรารักษ์ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าพิษณุโลก  และเจ้าหน้าที่จุดเฝ้าระวังไฟป่า นป.30 นาน้ำพาย รวม 17 นาย ลงพื้นที่บริเวณบ้านต้นม่วง หมู่ 4 ตำบลเด่นเหล็ก เพื่อทำแนวกันไฟและบริหารจัดการเชื้อเพลิงตามหลักวิชาการ





ต่อเนื่องในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ชุดลาดตระเวนพบกลุ่มควันไฟบริเวณบ้านต้นม่วง เจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ตั้งแต่เวลา 09.45 น. โดยสภาพพื้นที่เป็นป่าเต็งรังผสมเบญจพรรณและมีความลาดชันสูง เจ้าหน้าที่ต้องใช้วิธีเข้าดับไฟทางตรงควบคู่กับการทำแนวกันไฟดักทางอ้อมเพื่อกำจัดเชื้อเพลิง ใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้สนิทในเวลา 16.00 น. ประเมินพื้นที่เสียหายประมาณ 15 ไร่

นอกจากนี้ ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ประจำ War Room ของเขตรักษาพันธุ์ฯ ได้ตรวจพบจุดความร้อน (Hotspot) ในเวลา 05.03 น. จึงได้มีการประชุมวางแผนด่วนในเวลา 08.30 น. และจัดชุดกำลังพลออกลาดตระเวนทางรถยนต์ในเส้นทางบ้านท่าโพธิ์ หมู่ 1 ทันที พร้อมกันนี้ ยังได้นำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ขึ้นบินสำรวจพื้นที่เสี่ยง จนกระทั่งเวลา 10.40 น. ได้ตรวจพบกลุ่มควันไฟใหม่บริเวณบ้านนาพาย หมู่ 2 ตำบลเด่นเหล็ก ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรึงพื้นที่และตรวจสอบเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าน้ำปาด และศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าพิษณุโลก ยังคงยืนหยัดปฏิบัติภารกิจเฝ้าระวัง ลาดตระเวน และรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ตระหนักถึงผลกระทบจากไฟป่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและลดปัญหาฝุ่นควันพิษในอากาศอย่างยั่งยืน